Insight เป็นระบบที่เสริมการเรียนรู้ในห้องเรียนได้เป็นอย่างดี โดยการเน้นที่องค์ประกอบสำคัญของภาษา ทั้งในแง่คำศัพท์ การอ่าน และการฟัง และไวยากรณ์ ที่ช่วยเร่งให้การเรียนรู้ในห้องเรียนก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นหลายเท่า
อาจารย์สอนภาษาอังกฤษหรือตัวนักเรียนเองสามารถนำ Insight ไปช่วยเพิ่มพูนความสามารถในการรับรู้ภาษา (language recognition) ได้แก่ การอ่าน การฟัง รวมไปถึงคำศัพท์และไวยากรณ์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ประหยัดเวลาที่ใช้ในการท่องศัพท์หรือฝึกอ่าน แล้วนำเวลาในห้องเรียนไปเน้นในการฝึกฝนทักษะในการสร้างสรรค์ภาษา (language production) อย่างการพูดหรือการเขียนเพิ่มเติม
Insight เน้นเนื้อหาและทักษะการใช้งานที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง
เจาะลึกเฉพาะเนื้อหาที่สำคัญที่สุดก่อน ไม่เสียเวลาไปจดจำกับสิ่งที่ไม่ได้ใช้งาน
รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาดู "
ระบบการเรียนรู้ของ Insight
"
บทความแนะนำ:
ความคุ้มค่าของการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก:
เปรียบเทียบวิธีการเรียนรู้ต่างๆ
ระบบ Play+Learn = Plearn (เพลิน) เรียนรู้ผ่านเกมส์ สร้างความเพลิดเพลินในการเรียนรู้
เรียนรู้ผ่านภาพ ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว เชื่อมโยงภาพเข้ากับคำศัพท์และประโยค ทำให้จดจำได้เร็ว และเข้าใจได้ลึกซึ้งขึ้น
เรียนรู้ไวยากรณ์โดยผ่านตัวอย่างการใช้งานจริง เป็นเนื้อเรื่อง ทำให้เข้าใจไวยากรณ์ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
มีระบบรายงานผลที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่หรือคุณครูสามารถติดตามพัฒนาการของนักเรียนได้ตามต้องการ
จุดที่เน้นตรงกับข้อสอบเข้าเรียนต่อในระดับ ม.1 ของโรงเรียนชั้นนำ เน้นที่การอ่านและบทสนทนา (70-85%) (นักเรียนหลายคนใช้เวลาเกินครึ่งในโรงเรียนไปกับการเรียนรู้ไวยากรณ์ ทั้งๆ ที่คำถามเรื่องไวยากรณ์ออกเพียง 15-30% ของข้อสอบเท่านั้น)
ประหยัดเวลาและความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไปเรียนและการรับส่งของผู้ปกครอง สามารถเรียนรู้ที่บ้านหรือที่โรงเรียนได้
ระดับมัธยมต้นเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน จากระดับเริ่มต้นไปสู่ระดับกลาง
ภาพและเนื้อหาสนุกสนานเหมาะสมกับวัย พร้อมด้วยเกมส์เสริมการเรียนรู้
ฝึกเรียนรู้โดยใช้บริบทมากขึ้น โดยบางประโยคจะไม่แปล แต่ให้นักเรียนฝึกอ่านจากเนื้อเรื่องรอบข้าง
เรียนรู้ไวยากรณ์โดยผ่านตัวอย่างการใช้งานจริง เป็นเนื้อเรื่อง ทำให้เข้าใจไวยากรณ์ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง จะมีประโยชน์ในการเตรียมสอบแข่งขันชิงทุนต่างๆ เช่น ทุน AFS หรือทุนแลกเปลี่ยนอื่นๆ
ต้องการพัฒนาอย่างรวดเร็วเพื่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการสอบครั้งใหญ่ในชีวิต
เนื้อหาระดับนี้ มีจุดที่เน้นตรงกับข้อสอบ O-Net และ A-Net ซึ่งประกอบด้วยเนื้อหาในส่วนการอ่านและบทสนทนา 80-85% มีไวยากรณ์เพียง 15-20% เท่านั้น
นักเรียนในวัยนี้จะรู้หลักไวยากรณ์เกือบครบถ้วนแล้ว ขาดเพียงคำศัพท์ การทำข้อสอบ O-Net ให้ได้ดี จะต้องเข้าใจ
คำศัพท์สำคัญ
ประมาณ 5000 คำ และ A-Net ประมาณ 6500 คำ ขณะที่นักเรียนที่ได้เกรด 3-4 ที่โรงเรียนระดับนำรู้ศัพท์สำคัญโดยเฉลี่ยเพียง 3000 คำ
เนื้อหาในระดับนี้เน้นการฝึกอ่านจากบริบท ให้สามารถเข้าใจเนื้อหาได้ แม้ว่าอาจจะไม่รู้คำศัพท์ทุกคำก็ตาม ซึ่งจำเป็นในการทำข้อสอบจริง
มีทุนต่างๆ สำหรับการไปศึกษาต่อต่างประเทศมากมาย ซึ่งจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสอบ
ผ่าทางตันจากระดับกลางไปสู่ระดับสูง
เน้นการศึกษาจากบริบทของภาษา ฝึกอ่านเนื้อหาที่ยากขึ้น
ควรใช้ระบบทบทวนคำศัพท์ยากที่นานๆ เจอครั้งจะช่วยได้มาก หากไม่มีการทบทวนโดยอัตโนมัติจะจำไม่ได้ เพราะว่า คำศัพท์ระดับสูงแต่ละคำจะพบเพียง 1 ครั้งในข้อความยาว 30,000 - 100,000 คำเท่านั้น
นักศึกษามีวิชาเรียนและกิจกรรมมากมาย หลายคนไม่มีเวลาเรียนภาษามากนัก จำเป็นต้องใช้วิธีการเรียนรู้ที่ได้ผลเร็วที่สุด
หลายคนต้องการสอบเข้าเรียนต่อระดับปริญญาโทหรือเอก ซึ่งการสอบ TOEFL, IELTS จะมีเนื้อหาและศัพท์ทางวิชาการระดับสูงมากมาย ที่ระบบ Insight จะช่วยให้จำได้อย่างรวดเร็ว
การเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนเพื่อหาประสบการณ์หลายอย่าง เช่น Work and Travel หรือการสอบชิงทุน เช่น
Fulbright
(เรียนต่ออเมริกา), ทุน Cambridge (เรียนต่อมหาวิทยาลัย Cambridge), มอนบูโช (เรียนต่อญี่ปุ่น) ล้วนแล้วแต่จำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสอบ
ความสามารถทางภาษามีผลต่อการขึ้นเงินเดือน และตำแหน่ง รวมถึงการรับทราบโอกาสทางธุรกิจและข้อมูลข่าวสารที่ทันสมัย
คนทำงานมีเวลาจำกัด จึงจำเป็นต้องใช้วิธีที่รวดเร็วที่สุดในการพัฒนาความสามารถทางภาษา
หลายครั้งการเดินทางไปเรียนเสียเวลามากมาย การเรียนรู้ผ่านซอฟต์แวร์สามารถทำได้แม้อยู่ที่บ้านหรือที่ทำงาน
ควรใช้ระบบทบทวนคำศัพท์ยากที่นานๆ เจอครั้งจะช่วยได้มาก หากไม่มีการทบทวนโดยอัตโนมัติจะจำไม่ได้ เพราะว่า คำศัพท์ระดับสูงแต่ละคำจะพบเพียง 1 ครั้งในข้อความยาว 30,000 - 100,000 คำเท่านั้น
การเข้าทำงานกับบริษัทข้ามชาติ บริษัทชั้นนำ หรือทำงานในต่างประเทศ จำเป็นต้องสอบ TOEIC ซึ่งหากต้องการทำคะแนนให้ได้ดี จะต้องรู้ศัพท์กว่า 8,000 คำ