Logo Insight English
Insight Englishtop2
ผู้จัดจำหน่าย, distributorsHelpsOrderMy InsightRegister
publish publish publish publish publish publish
  • Homepage
  • Franchise แฟรนไชส์  อังกฤษ ภาษาอังกฤษ
  • Schools Universities
  • Companies_Organizations
  • resource
  • Insight_Video
  • About_us
การเรียนรู้คำศัพท์อย่างถูกวิธี

Suggested Methods for Vocabulary Learining

ศัพท์บางคำที่เราเรียนรู้ไป เป็นคำที่แทบไม่ได้ใช้เลยในชีวิตจริง คำเหล่านี้เป็นคำที่ไม่คุ้มค่าที่จะเรียนในตอนต้น เพราะว่า ทำให้เราก้าวหน้าได้ช้า และเมื่อไม่ได้ใช้นาน ๆ ก็อาจจะลืมไปเลย การเรียนรู้ควรเรียงตามลำดับความสำคัญหรือความถี่ (frequency) ที่ำคำศัพท์นั้นปรากฎขึ้นในการใช้งาน เช่น ศัพท์คำว่า particular (เฉพาะเจาะจง) แม้ว่าอาจจะดูยาวอยู่บ้าง แต่เป็นคำที่ปรากฎบ่อยมากในข้อความภาษาอังกฤษ หรือคำว่า yeah (ใช่) และประโยค What's up? (เป็นไงบ้าง) ที่ฝรั่งใช้บ่อยมากในชีวิตจริง แต่มีตำราภาษาอังกฤษไม่กี่เล่มที่กล่าวถึง

การศึกษาในสิ่งที่จำเป็นก่อน ดังตัวอย่างข้างต้น ผู้เรียนจะพัฒนาได้เร็วกว่าการไปจำศัพท์ที่ดูเหมือนง่าย แต่ไม่ค่อยได้ใช้งานจริง

Suggested Methods for Vocabulary Learining

การพัฒนาความเข้าใจ (ไม่ใช่แค่ความจำ) คำศัพท์จำเป็นต้องเห็นคำศัพท์นั้นในหลายแง่มุม ทั้งทราบคำแปล เห็นตัวอย่างประโยค และอ่านพบคำศัพท์นั้นในบริบทการใช้งานจริง ตัวอย่างเช่น คำว่า bored (รู้สึกเบื่อ) กับ boring (น่าเบื่อ) โดยทั่วไปผู้เรียนจะสับสนแม้จะอ่านคำแปลแล้วก็ตาม จึงควรเห็นจากตัวอย่างประโยคว่า He's bored. หมายถึง เขาเบื่อ ขณะที่ He's boring. หมายถึง เขาเป็นคนน่าเบื่อ ซึ่งความหมายแตกต่างกันมาก

นอกจากนั้น การจะจำคำศัพท์ได้จริง ๆ ยังต้องทบทวนอย่างต่อเนื่องซ้ำถึง 5-16 ครั้งจนกว่าคำศัพท์นั้นจะไปอยู่ในระบบความจำระยะยาว (long-term memory) หากเราพบคำศัพท์แล้วไม่ทบทวนซ้ำภายในระยะเวลาหนึ่ง ก็จะต้องตั้งต้นใหม่

Suggested Methods for Vocabulary Learining

ในระดับเริ่มต้น (Beginner) ผู้เรียนยังไม่รู้คำศัพท์มากพอ การสั่งสมคำศัพท์ควรจะเน้นที่การภาพประกอบร่วมกับคำแปล แล้วทวนซ้ำอย่างต่อเนื่อง โดยอาจใช้การ์ดคำศัพท์หรือซอฟต์แวร์ช่วย ที่สำคัญ คือ ผู้เรียนควรจะเห็นตัวอย่างประโยคประกอบด้วย เพื่อจะทราบว่าคำศัพท์็นั้นใช้งานอย่างไร นอกจากนี้การอ่านบทสนทนาแบบง่าย ๆ ในตำราเรียน ก็จะช่วยได้มาก

เมื่อผู้เรียนเริ่มเข้าสู่ระดับกลางล่าง (Lower-Intermediate) ผู้เรียนจะทราบศัพท์มากเพียงพอที่จะอ่านเนื้อหาที่เป็นชิ้นเป็นอันมากขึ้น ผู้เรียนควรฝึกอ่านบทสนทนาที่ยาวขึ้น พร้อมด้วยเรื่องสั้นที่แต่งขึ้นเพื่อการเรียนรู้ภาษาด้วยเฉพาะ (graded readers) ซึ่งจะใช้คำศัพท์ที่จำกัด ทำให้ผู้ที่ยังไม่เก่งภาษานั้นก็สามารถอ่านได้เข้าใจ

สำหรับในระดับกลางสูง (Upper-Intermediate) วิธีที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งในการเรียนรู้คำศัพท์ คือ การอ่านให้มากและต่อเนื่อง และเมื่อพบคำศัพท์ที่ไม่รู้บ่อย ๆ ก็เปิดพจนานุกรม หากอ่านมากเพียงพอ (ประมาณ 100-200 หน้าต่อสัปดาห์) ก็จะสามารถจำศัพท์สำคัญเหล่านั้นได้ในระยะยาว แต่หากอ่านไม่มากขนาดนั้น ก็ควรจดคำศัพท์ใหม่ที่พบซ้ำ ๆ เอาไว้ เพื่อใช้ในการทบทวนโดยเฉพาะ

แต่วิธีนี้ไม่ได้ผลดีนักกับการเรียนรู้คำศัพท์ระดับสูง (Advanced) (คำที่ 6000 ขึ้นไป) เพราะคำศัพท์เหล่านั้นปรากฎน้อยกว่า 1 ครั้งในข้อความ 100,000 คำ (หรือ 300 หน้า) หากการจะจดจำคำศัพท์ได้ในหน่วยความจำระยะยาวจำเป็นต้องพบคำศัพท์นั้นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง การจดจำคำศัพท์ระดับสูงเหล่านี้จากการอ่านเพียงอย่างเดียวจะยากมาก เพราะจำเป็นต้องอ่านหนังสือภาษาอังกฤษอย่างน้อยสัปดาห์ละ 300 หน้า หรือมากกว่านั้นถ้าต้องการเรียนรู้คำศัพท์ระดับที่สูงขึ้นไปอีก

ดังนั้น การพัฒนาคำศัพท์ระดับสูงนี้ จึงควรใช้วิธีทบทวนอย่างเป็นระบบร่วมด้วย ซึ่งอาจใช้การ์ดคำศัพท์หรือซอฟต์แวร์ในการทบทวน การฝึกฝนจากการอ่านเพียงอย่างเดียว จะก้าวหน้าได้ช้ากว่าผู้ที่ใช้วิธีทบทวนอย่างเป็นระบบร่วมด้วย

Suggested Methods for Vocabulary Learining

ความคุ้มค่าของการเรียนรู้ภาษา

การเรียนรู้ภาษาอังกฤษผ่านการ์ตูน

top